ยิ่งสูงวัย ยิ่งต้องทานโพรไบโอติกส์

เมื่ออายุมากขึ้น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายย่อมเสื่อมถอย สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป จุลินทรีย์ชนิดดีลดลง ในขณะที่จุลินทรีย์ก่อโรคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะในเรื่อง ภูมิคุ้มกัน, ระบบขับถ่าย, การเผาผลาญ และสุขภาพกระดูก โพรไบโอติกส์จึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยดูแลสุขภาพของผู้สูงวัย

ระดับโพรไบโอติกส์ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น

ระดับโพรไบโอติกส์

 

จากภาพประกอบข้างต้น จะเห็นได้ว่าปริมาณ Bifidobacteria ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ของเราจะลดลงเรื่อย ๆ ตามอายุ

  • ทารก: 60-70%
  • ผู้ใหญ่: 30-40%
  • วัยกลางคน: 10%
  • ผู้สูงอายุ: 0-5%

จากงานวิจัยเกี่ยวกับความสำคัญของโพรไบโอติกส์ในผู้สูงวัย

งานวิจัยโดย O’Toole & Jeffery (2015) พบว่า เมื่ออายุมากขึ้น ความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้ลดลง และมีเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น ภาวะลำไส้แปรปรวน (IBS), โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ และภาวะกระดูกพรุน การเสริมโพรไบโอติกส์ด้วยสายพันธุ์ที่เหมาะสมสามารถช่วยฟื้นฟูสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ลดการอักเสบ และฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โพรไบโอติกส์ช่วยดูแลกระดูก และข้อในผู้สูงวัยได้อย่างไร?

  1. เพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและแมกนีเซียม
    โพรไบโอติกส์ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นต่อ มวลกระดูกและความแข็งแรงของข้อ ได้ดีขึ้น งานวิจัยของ McCabe et al. (2015) พบว่าการรับประทานโพรไบโอติกส์สามารถเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกและลดความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัยที่มีภาวะกระดูกเปราะ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่อาจนำไปสู่กระดูกหัก และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
  2. ลดการอักเสบของข้อต่อ
    ภาวะข้อเสื่อม (Osteoarthritis) มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเชื่อมโยงกับสุขภาพของจุลินทรีย์ในลำไส้ โพรไบโอติกส์ช่วยลดการอักเสบที่เป็นสาเหตุของความเสื่อมของข้อต่อ
    การศึกษาของ Rizzatti et al. (2018) พบว่าการเสริมโพรไบโอติกส์ช่วยลดการอักเสบ และอาการปวดข้อในผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงวัย
    นอกจากนี้…
    หากเสริมด้วย UC-II® (Undenatured Type II Collagen) ควบคู่ไปกับโพรไบโอติกส์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลข้อต่อให้มากยิ่งขึ้น
    🔹 UC-II® คือคอลลาเจนชนิดที่ 2 แบบไม่ผ่านการย่อยสลาย (Undenatured Type II Collagen) ซึ่งคงโครงสร้างตามธรรมชาติ ช่วยให้ร่างกาย
    ✅ ลดการอักเสบของข้อต่อ
    ✅ ชะลอการเสื่อมของกระดูกอ่อน
    ✅ เพิ่มความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวของข้อ
    หลักฐานจากงานวิจัย
    📚 Crowley et al. (2009) ศึกษาในกลุ่มผู้มีอาการข้อเสื่อม พบว่า UC-II® ลดอาการปวดข้อได้มากกว่า glucosamine และ chondroitin ถึง 33%
    📚 Bagchi et al. (2002) รายงานว่า UC-II® ช่วยลดการอักเสบและป้องกันการทำลายของกระดูกอ่อนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยใช้ปริมาณเพียง 40 มก.ต่อวัน
    📚 Lugo et al. (2016) ศึกษาในผู้สูงวัยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม พบว่ากลุ่มที่รับประทาน UC-II® ติดต่อกัน 90 วัน มีความสามารถในการเดิน และความสบายในการเคลื่อนไหวดีขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
    เมื่อใช้ร่วมกับโพรไบโอติกส์
    โพรไบโอติกส์ช่วยลดการอักเสบจากภายใน เพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุสำคัญ (แคลเซียม-แมกนีเซียม) ในขณะที่ UC-II® ฟื้นฟูและปกป้องข้อโดยตรง จึงเป็นการดูแลสุขภาพข้อและกระดูกแบบองค์รวม เหมาะสำหรับผู้สูงวัย หรือผู้ที่มีปัญหาข้อต่อ

วิธีเพิ่มโพรไบโอติกส์ให้ร่างกายง่าย ๆ

  • ทานอาหารที่มีโพรไบโอติกส์สูง เช่น โยเกิร์ต, กิมจิ, เทมเป้, มิโสะ
  • เสริมพรีไบโอติกส์ จากกล้วย หัวหอม หน่อไม้ฝรั่ง เพื่อเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ที่ดี
  • พิจารณาอาหารเสริมโพรไบโอติกส์ ที่มี Bifidobacteria และ Lactobacillus ซึ่งเหมาะกับผู้สูงวัย

วิธีเลือกโพรไบโอติกส์ที่เหมาะกับผู้สูงวัย

การเลือกโพรไบโอติกส์ที่ดี และเหมาะสมกับผู้สูงวัย ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้:

1. เลือกสายพันธุ์ที่มีงานวิจัยรองรับ
  • Bifidobacterium longum และ Bifidobacterium breve เป็นสายพันธุ์ที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ของผู้สูงวัยโดยเฉพาะ
  • Lactobacillus rhamnosus มีบทบาทในการลดอาการลำไส้แปรปรวนและช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
2. ดูปริมาณโพรไบโอติกส์ที่เหมาะสม
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์เป็นพันล้าน CFU (Colony Forming Units) จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
  • งานวิจัยแนะนำว่าปริมาณ 5-10 พันล้าน CFU ต่อวัน เหมาะกับผู้สูงวัย
3. มีพรีไบโอติกส์เสริม

พรีไบโอติกส์เป็นอาหารของโพรไบโอติกส์ เช่น ไฟเบอร์จากอินนูลิน หรือฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ (FOS) ช่วยให้จุลินทรีย์เติบโตและทำงานได้ดีขึ้น

4. ผ่านการรับรองคุณภาพ

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน GMP หรือได้รับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อความมั่นใจในประสิทธิภาพ

งานวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับโพรไบโอติกส์ และกระดูก

  • งานวิจัยของ Jafarnejad et al. (2017) พบว่าการเสริมโพรไบโอติกส์ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก และลดอัตราการสลายของมวลกระดูก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน
  • การศึกษาของ Collins et al. (2018) แสดงให้เห็นว่า Bifidobacterium และ Lactobacillus มีบทบาทสำคัญในการลดระดับการอักเสบที่เชื่อมโยงกับโรคข้อเสื่อม ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงวัย

 

สรุป

ระดับโพรไบโอติกส์ลดลงตามวัย ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านลำไส้ ภูมิคุ้มกัน สุขภาพกระดูก และความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง การเสริมโพรไบโอติกส์ที่เหมาะสม สามารถช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ลดอาการอักเสบ และลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสายพันธุ์ และปริมาณที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพแข็งแรงจากภายใน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

บอกรักผู้สูงวัยในครอบครัวด้วยโพรไบโอติกส์ ตัวแทนแห่งการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

 

 

Start typing and press Enter to search

Shopping Cart
No products in the cart.